วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

[FIC EXO] ~LOVE BLOOD~ #รักเลือด ~ {KrisHan} Chapter 20 แบบเต็มพาร์ท (ที่โดนแบน)



~LOVE BLOOD~
--20--






“อื้อๆๆ  เสี่ยวยู่... เสี่ยวยู่  อ่า...”




นิ้วเล็กที่ยืดแก้มเขาอยู่ปล่อยออก มือนิ่มลูบใบหน้าชายหนุ่มซูบซีด รั้งลงกอด   น้ำตารื้น




“นายรอฉัน...หมายความว่ายังไงน่ะ นายสั่งให้เอาฉันไปขังคุก มืดก็มืด แคบก็แคบ หนาวก็หนาว...ทั้งที่ฉันคิดถึงนายสุดหัวใจ  ฮึ่ก  เสี่ยวลู่ ... นายรู้มั้ย  ฉันดีใจขนาดไหนตอนเห็นหน้านาย  แต่พอได้ยินแบบนั้นแล้วหัวใจแทบสลาย  ฮึ่ก!  ตัวเล็กใจร้ายที่สุด ตัวโตเจ็บรู้มั้ย  เจ็บมาก  หิวด้วย  แทบตายเลย”  ปากอิ่มพูดตัดพ้อไปแบบนั้น แต่ซุกไซร้ซอกคอนิ่มของเด็กใจร้ายไม่ยอมหยุด  ร่างกายของแวมไพร์น้อยเย็นเยียบเหมือนเคย  แต่ตอนนี้ร่างกายของเขาก็เย็นจัดไม่ต่างกัน  ยิ่งแนบชิดผิวเนื้อนิ่มของเด็กน้อยบนเตียงนุ่ม   เขายิ่งรู้สึกอบอุ่น





...อุ่นไปถึงหัวใจ...





 “ฮึ่ก!  เค้าขอโทษ  แต่ว่าเค้าจำเป็นอ่ะ  ฮือออ เค้าขอโทษนะตะเอง...”  ลู่หานร้องไห้โฮ กอดรั้งชายหนุ่มลงแนบกาย อี้ฟานกดจูบกลุ่มผมสีเงินนุ่มนิ่มที่แสนคิดถึง  สูดกลิ่นหอมที่แสนคุ้นเคย ... แม้วินาทีนี้ร่างเล็กดูไม่สนใจว่าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตัวหนักมากแค่ไหน  แต่อี้ฟานก็เป็นกังวลว่าลู่หานจะเจ็บตัว กลัวว่าเด็กน้อยจะรับน้ำหนักของเขาไม่ไหว ท่อนแขนกำยำที่กลายเป็นลีบผอมกระดูกข้อศอกแทบโผล่จึงโอบรัดเอวคอดอ้อนแอ้น พลิกหงายให้ร่างเล็กขึ้นนอนทับบนตัวเขาแทน ...เลื่อนมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้










อี้ฟานใส่ใจเสี่ยวลู่เสมอ ... ไม่ว่าเรื่องไหนๆ



ห่วงใย ... คิดถึง ... รัก



ทุกความรู้สึกนั้น  มนุษย์หนุ่มมีให้แต่แวมไพร์น้อย








เสี่ยวลู่คือทุกสิ่งทุกอย่าง



...รักสุดหัวใจ…














เฝ้ารอ...เฝ้าหวัง  ว่าจะได้กอดร่างนี้อีก

ตอนนี้ได้กอดแล้ว  เขาจะไม่มีวันปล่อยไปไหนอีกเด็ดขาด








 “ฉันนึกว่าจะไม่ได้กอดนายซะแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงครือ “กี่วันไม่รู้...คงไม่ถึงห้าวัน...ที่อยู่คนเดียวข้างล่างนั่น แต่ฉันรู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน นับตั้งแต่ออกจากโอกินาว่าจนบินขึ้นมาถึงปราสาทนี้ยังไม่นานเท่าเวลาที่ถูกขังอยู่เลย ฮืออ ฉันไม่อยากอยู่ต่อไปอีกแล้ว   ถ้าไม่มีนาย”






“ฮึ่ก ... เค้าก็ด้วย  ฮึ่ก  เค้ารักตะเอง... เค้าอยากอยู่กับตะเอง”





“แต่สั่งให้เอาฉันไปขัง”  อี้ฟานกดจูบจนเนื้อแก้มนิ่มยุบยวบกี่ครั้งก็รู้สึกไม่พอ คิดถึง...คิดถึงมาก อยากจะให้ลู่หานเป็นค้างคาวตัวน้อยมุดอยู่ในกางเกงของเขา ไม่ก็จับกลืนลงท้องไปซะเดี๋ยวนี้เลย เด็กน้อยจะได้บินหนีไปไหนไม่ได้อีก ... ชายหนุ่มคลอเคลียไปทั่วใบหน้าหวาน  กางมือลูบไล้แผ่นหลังแวมไพร์น้อยที่เขารัก...เพื่อให้แน่ใจว่า  นี่ไม่ใช่ฝันไป



“รัก  แต่หนีมา ... ฮึ  เด็กอะไร ดื้อแล้วยังใจร้ายอีก”  ชายหนุ่มตัดพ้อ






“ก็ตอนนั้นเค้าไม่รู้อ่ะ  ตะเองไม่ยอมปล่อยผู้หญิงคนนั้นสักทีง่ะ เค้ารอแล้วนะ  แต่ตะเองก็ไม่มาโอ๋เค้าอ่ะ  เค้าก็งอนสิ  เค้าเลยบินหนีมาเลย”






“ฉันขอโทษ...”  ถึงมันจะเป็นไปเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ร่างสูงก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี  “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นฉันหิวมาก  จริงๆนะ ... เชื่อฉันเถอะ ฉันรักแต่นายคนเดียวจริงๆ แต่ตอนนั้นหัวของฉันเบลอไปหมด ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้แถมยังมึนๆอีก กว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นายก็บินหนีไปแล้ว ฮึ่ก! ฉันไม่รู้จริงๆว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ตอนนั้น เสี่ยวลู่... มันต้องเป็นผลข้างเคียงจากการเพิ่งฟื้นคืนสติแน่ๆเลย” ชายหนุ่มแตะปลายจมูกโด่งชิดกับจมูกเล็กน่ารักของเด็กตัวน้อยที่เขารักที่สุด   บรรจง...แผ่วเบา...อ่อนโยน





“อย่าหนีฉันไปอีกเลยนะเสี่ยวลู่  ได้โปรด...อย่าไปไหนอีกเลย ฉันรักนาย  รักนายจริงๆ...รักนายแค่คนเดียว  คนเดียวเท่านั้น...เสี่ยวลู่คนเดียวเท่านั้นที่อี้ฟานคนนี้จะรัก...ตลอดกาล”  ร่างสูงอ้อนวอนเสียงสั่น   มือใหญ่เลื่อนไล้ประคองแตะปลายคางมน  ตาคมชุ่มฉ่ำจ้องสบดวงตาไหวระรื้นวิบวับเพราะน้ำตา  ลู่หานก้มลงจูบเขา  บดเบียดริมฝีปากนิ่มกับปากอิ่มของชายหนุ่มที่ดูดดุนอย่างหิวกระหาย








คิดถึง...คิดถึงสุดหัวใจ


จากกันไม่ถึงครึ่งเดือน  แต่ราวกับครึ่งชีวิต





เหมือนครึ่งหนึ่งของตัวเองขาดหาย  ร่างกายว่างเปล่าโหวงเหวงเมื่อไร้ ‘หัวใจ’













อย่าจากไปไหนอีกเลยนะ  ‘หัวใจ’

กลับมาอยู่ในอกฉัน  อยู่ในอ้อมอกฉันแบบนี้...ตลอดไปนะ  ‘เสี่ยวลู่’















“ฮื่ออออ เค้าไม่ไปไหน เค้าจะอยู่กับตะเอง เค้าหายโกรธตะเองแล้วด้วย เค้าเข้าใจแล้ว  ท่านพี่บอกเค้าหมดแล้ว  ฮืออออ... แล้วตะเองเจ็บตรงไหนบ้าง  บอกเค้าสิๆ  เค้าจะรักษาให้  ตะเองมอมแมมมากเลย  เหมือนลูกหมาป่ากลิ้งคลุกดินเลย” เด็กน้อยเริ่มลูบไล้ตัวเขา ขาเรียววางงอทบข้างลำตัวชายหนุ่มที่คร่อมทับอยู่  ...  ถ้าตอนที่ร่างสูงอยู่บนตัว อี้ฟานกังวลว่าจะทับเด็กตัวน้อยจนหนัก ตอนนี้ลู่หานก็กลัวว่าจะทำคนเจ็บแบนเหมือนกัน โดยเฉพาะอี้ฟานผอมลงไปมาก ไม่เป็นหมีอ้วนแล้ว โชคดีที่ยังถึกเหมือนหมีควายตัวโตๆอยู่ เลยรอดจากการถูกงดอาหารจำเป็นอย่างเลือดมาได้โดยไม่แห้งตายไปซะก่อน ฮึ่ก...อี้ฟานของเค้า รอนิดนึงนะ เดี๋ยวเค้าจะหากระต่ายตัวอ้วนๆขนฟูอร๊อยอร่อยมาให้ตะเองกินเยอะๆให้พุงป่องเลย... ยิ่งมองเด็กน้อยก็ยิ่งเจ็บ มือเล็กๆลูบไล้แผ่นอกเขา  ปลายเล็บจิกเนื้อผ้าตรงอกเสื้อยืดฉีกแหวกออกไปถึงไหล่ แตะลูบแผ่วเบาให้กล้ามเนื้ออักเสบผ่อนคลาย  ชายหนุ่มนอนมองร่างเล็กถ่ายโอนพลังรักษาร่างกายให้ด้วยความรู้สึกเต็มตื้น









อะไรๆที่ผ่านมา  ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว




สิ่งเดียวที่สำคัญคือเสี่ยวลู่ ... แวมไพร์น้อยที่น่ารักตนนี้ แค่เสี่ยวลู่บอกว่ารักเขา  ไม่โกรธเขา  ให้อภัยเขา  อี้ฟานก็ราวกับล่องลอยขึ้นสวรรค์  ความยินดีล้นเหลือเต็มปรี่ในอก






















“ดีขึ้นมั้ย  ตะเองเจ็บตรงไหนอีก”






“เจ็บตรง...แก้ม”  ชายหนุ่มตอบเสียงกระซิบ  รั้งร่างเล็กลงกอดฟัดๆๆ ตอนนี้เรี่ยวแรงเริ่มกลับมาแล้ว   เขาจะฟัดเด็กดื้อให้แก้มย้วยไปเลย





“อ๊า ตะเองเจ็บแก้มเหรอ งื้อ...งั้นตะเองอย่าเบียดแก้มเค้าซี่ อ๊าาา ตะเองอย่าไซร้แก้มเค้า จุ๊บเฉยๆอย่างเดียวสิ ... อ๊า เค้าบอกให้จุ๊บๆๆไง ไม่เอาไซร้  อื้อออ ตะเองเลิกไซร้ก่อนสิ นอนดีๆ เค้าจะรักษาให้”  แวมไพร์น้อยดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอ้อมแขนของคนด้านล่าง พยายามเบี่ยงหลบใบหน้าหล่อที่สากๆเพราะหนวดขึ้นเป็นไรเขียวครึ้ม  แต่หนียังไงก็ไม่พ้น  ร่างเล็กหัวเราะคิกคักจั๊กจี้






“อ๊ะคิกๆๆๆ  อ๊าาา~ คิกๆๆ คิกๆๆๆ จั๊กจี้ๆๆ อ๊าา จี้ๆๆๆ~~”





”จี้ๆๆ จี้เลย ฟัดให้แก้มย้วยเลย”  อี้ฟานถูไถไซร้ๆๆไม่ยอมหยุด  มือซนก็หลบเข้าใต้หลังเสื้อชุดนอนแล้ว   มือสากๆพอๆกับใบหน้าสัมผัสแผ่นหลังเรียบลื่นเปลือยเปล่าไร้สิ่งขว้างกั้น   ทำร่างสูงรู้สึกขนลุกซาบซ่านไปทั่วตัว







ลู่หานตัวหอมนิ่ม  น่ารักน่าฟัดน่ากัดน่าปล้ำไปทั้งตัวไม่เปลี่ยนแปลง







แต่ดูตัวเขาตอนนี้สิ  เปื้อนฝุ่นเปื้อนดินล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่ปีนขึ้นจากห้องขังจนออกไปถึงสนามหญ้าแล้วบินฝ่าน้ำค้างยามราตรีขึ้นมาบนหอคอยยอดสูง ... ใบหน้าหล่อๆช่วงล่างก็เต็มไปด้วยไรหนวดเขียวครื้มขึ้นเต็มคางและข้างแก้ม











เมื่อมานัวเนียกับร่างเล็กผิวขาวสะอาดสะอ้าน เส้นผมนุ่มสีเงินยวงหวีเรียบสวยในชุดนอนซักใหม่เอี่ยมอ่อง... เขาดูเหมือนไอ้โจรหื่นกามบุกเข้าห้องมาปล้ำเด็กน้อยเลยอ่ะ
อ่า...แต่ลู่หานอยู่บนตัวเขานะ  แถมฉีกเสื้อเขาผ่ากลางขาดวิ่นเป็นสองชิ้นแบบนี้ ...  น่าจะเรียกว่าเด็กน้อยพิศวาสโจรรูปหล่ออย่างเขามากกว่า หุหุ










คงไม่แปลกใช่มั้ย...ถ้าความรู้สึกนี้...จะกระตุ้นให้เขาอยากทำให้สิ่งขาวบริสุทธิ์แปดเปื้อน










มือหนาลูบไล้บั้นเอวลงต่ำ  บีบจับสะโพกน่าเคล้น คลึงมือได้แปบเดียวแวมไพร์น้อยก็ตะปบจับมือเขาไว้ ยื้อหน้ากลมๆออกจากพายุฟัดๆๆและโหมจั๊กจี้ด้วยปลายคางและปากอิ่มของชายหนุ่มจนได้  พยุงตัวลุกนั่งคร่อมทับในท่าเดิม ทำเสียงดุๆแต่แววตาอ่อนโยนห่วงใย








“ตะเองอยู่นิ่งๆก่อนนะ  ตะเองอ่ะ อย่าดื้อสิ ให้เค้ารักษาให้หมดก่อน  เค้าเพิ่งรักษาแค่เนื้อตรงอกตะเองกับพุงนิดเดียวเอง  ... อ๊า อย่าบีบสะโพกเค้า เค้าทรงตัวไม่ได้”







“ไม่เอา ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว  แค่ได้เห็นหน้านาย... กอดนาย  จูบนาย ไซร้นาย เรี่ยวแรงของฉันก็กลับคืนมาหมดแล้ว ขอปล้ำเลยดีกว่า รับรอง แรงดีแน่”







“อ๊าาา~  ไม่เอานะ  ตะเองตัวสาก  มือก็สาก  หน้าก็ตะเองมีหนามด้วย อ๊ะ ไม่ใช่หนาม ... มีหนวด แต่มันสากๆๆเค้าจั๊กจี้อ๊า~~~”







“โถ...เสี่ยวลู่  ตัวโตมาตั้งไกลกว่าจะถึง  ตัวโตไม่ได้กอดตัวเล็กตั้งนาน ตัวโตใจจะขาดแล้ว   ให้ตัวโตกอดเหอะน๊า...  เสี่ยวลู่~”





“ง๊าาา  ไม่เอาๆ~~”  เด็กน้อยดิ้น แต่อี้ฟานรู้สึกว่าลู่หานกำลังดิ้นแก้เขินมากกว่า ห่างกันนาน...ลืมลีลาความอึดและความเอาแต่ใจของชายหนุ่มตัวใหญ่อย่างเขาแล้วหรือกระไร   จะปล้ำซะให้เข็ด  ให้ลูบลบรอยจนเมื่อยมือ  นอนหมดแรงอยู่บนเตียง   ไม่กล้าออกจากห้องไปไหนเลยคอยดู






“อื้อออ....อ๊าา...ตะ-ตะเอง ไปเล่นน้ำกันนะ” ลู่หานขยับหลบหนวดของเขา  อี้ฟานยิ่งสนุกตามถูฟัด  แต่เมื่อได้ยินอย่างงั้นร่างสูงก็ขมวดคิ้ว







“หืมม์”  ชายหนุ่มเบนสายตาออกนอกหน้าต่างที่เขาบินพุ่งเข้ามาเมื่อครู่






“เล่นน้ำ? แต่นี่มันมืดแล้วนะ มืดมากด้วย”  ถ้าอี้ฟานมีนาฬิกา ก็คงจะรู้ว่านี่เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว  ห้าทุ่มบนยอดเขาสูงในป่าที่มืดมิดซะด้วย  มืดสนิทเห็นแต่แสงดาว





“แต่เค้าอยากเล่นน้ำกะตะเอง  อาบน้ำกะตะเอง...”  แวมไพร์น้อยใช้นิ้วชี้เรียวนิ้วเดียวแตะกรีดไล้ตั้งแต่กลางอกเขาลงไปจนถึงขอบเข็มขัด  ยิ้มหวาน  






“นะ...อาบน้ำกันนะ  นะตะเอง น๊า~~ อี้ฟานตัวโตไม่อยากอาบน้ำกับเสี่ยวลู่ตัวเล็กเหรอ”  ร่างเล็กหลิ่วตา  กัดริมฝีปากยั่วๆ





ถึงจะพอเดาออกว่าแวมไพร์น้อยอาจไม่อยากโดนฟัดปล้ำหนักๆพร้อมดินและฝุ่น อย่างตอนต่อสู้กันที่ปราสาทด้านล่างคราวนั้น เด็กน้อยโดนผลักติดต้นไม้กดสะโพกทับรัวๆตัวมอมแมมเสื้อผ้าเปื้อนนิดหน่อยก็ร้องอยากเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว... เด็กน้อยชอบอะไรเนี๊ยบๆใสๆแบ๊วๆแบบลูกคุณหนู แต่ก็เป็นคุณหนูจริงๆนี่นา











...ท่านชายน้อย...









อ่า...รู้สึกเหมือนสอยดอกฟ้ามาเคียงกายจริงๆนะเนี่ย  อี้ฟานยิ้มออกมา  แต่นอกจาก ‘สอย’ แล้ว   เขายังต้องลงใต้ นั่งเรือ บินขึ้นเขามาจนสูงขนาดนี้









เพื่อแวมไพร์น้อยที่เขารัก ... เขายอม















แต่ลู่หานที่น่ารักของเขาก็เหมาะกับความสะอาดจริงๆนั่นแหละ





ใสสะอาดบริสุทธิ์  จะมาคลุกฝุ่นเปื้อนดินเปื้อนหญ้าเยอะๆอย่างเขาน่ะไม่ได้หรอกนะ ไม่เหมาะเลย ... เพราะงั้น เพื่อที่จะเหมาะสมและคู่ควรกับแวมไพร์ท่านชายน้อย  เขาจึงต้องสะอาดบ้างแล้ว












“ไปสิ  ไปอาบน้ำกัน”  มือใหญ่ลูบหัวร่างเล็กที่จ้องมองรอลุ้น และในที่สุด อี้ฟานก็ตามใจ...เหมือนอย่างเคย จะมืดจะมิดยังไงร่างสูงไม่สนใจ
เขามีดวงอาทิตย์ของเขาอยู่






ลู่หานยิ้มหวาน ดีใจลั้นลา ลุกจากตัวเขาปราดไปเปิดตู้เสื้อผ้าทำจากไม้  หยิบเสื้อคลุมที่ดูตัวใหญ่ที่สุดในตู้ออกมาให้ อี้ฟานเห็นแวบนึงว่าตัวนี้ดูต่างจากตัวอื่นๆที่แขวนไว้ในตู้  ไม่ใช่แค่ขนาดที่ยาวและใหญ่กว่า  แต่มีเลื่อมเล็กๆและขนเฟอร์ที่คอป้องกันความหนาวก็เยอะกว่าด้วย






เตรียมไว้ให้เขาเป็นพิเศษเหรอ  อี้ฟานอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้  ยิ้มไม่หุบเลย






“ตะเองใส่นี่คลุมไว้นะ  พอไปถึงลำธารค่อยถอดนะ  เวลาอาบน้ำเสร็จค่อยใส่อีกนะจะได้อุ่น ท่านพี่บอกว่าแวมไพร์ที่เพิ่งเปลี่ยนจากมนุษย์บางคนอาจจะยังหนาวๆๆตอนกลางคืนเหมือนตอนเป็นมนุษย์เหมือนเดิมก็ได้ ... เอ๊ะ แต่ตะเองจะหนาวมั้ย  ที่ลำธารน้ำเย็นๆอากาศก็เย็นๆ งื้อออ...งั้นไม่ไปเล่นน้ำแล้วก็ได้  นอนกัน  อ๊ะ”







ชายหนุ่มคว้าข้อมือเล็กให้ร่างนุ่มนิ่มล้มลงมาบนตัวอีกรอบ จุ๊บแก้มขาว กระซิบเสียงต่ำ




“ไปสิตัวเล็ก  ตัวโตไม่หนาวหรอกนะ เพราะมีตัวเล็กให้กอด” แวมไพร์น้อยหน้าแดงเลย




ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง เต็มใจให้เด็กน้อยดึงเสื้อขาดๆของเขาออกจากตัว สวมเสื้อคลุมผืนใหม่ให้  ...ใจเต้นตึกตักเลย














ในความรู้สึกนะที่เต้นน่ะ  เพราะตอนนี้ หัวใจของเขาไม่เต้นแล้ว เขาไม่ใช่มนุษย์  เขาเป็นแวมไพร์แล้ว





เป็นแวมไพร์...เหมือนกับแวมไพร์น้อย





เขาจะได้อยู่กับแวมไพร์น้อยตลอดไป




แค่คิดก็มีความสุข  สุขล้นปรี่ในอก




อ่า...ลู่หานทำให้หัวใจเขาเต้นได้ตลอดเวลา








เพราะ...รัก




















----------------------








“ตะเองบินตามเค้ามานะ ตะเองอย่าหลงนะ อ๊ะๆๆตะเองเห็นเค้ารึเปล่าอ่ะ  ตะเองจ้องดีๆนะ  มันมืดมากนะ”





“คร้าบผม~ โธ่ เสี่ยวลู่ ฉันเห็นน่า นายนั่นแหละระวังนะ มองข้างหน้าด้วย  อย่าบินชนต้นไม้ล่ะ ...ฉันเป็นห่วง”





“ง่ะ  ก็ตะเองเพิ่งเป็นค้างคาวอ่ะ  เค้ากลัวตะเองไม่เห็นอ่ะ”





“เห็นสิเสี่ยวลู่  เห็นชัดเลยล่ะ  หุหุ  เวลาบิน...ก้นนายส่ายดุ๊ดิ๊ดน่ารักดีนะ”





“อ๊าาา  ตะเองมองอะไรเค้า  ตะเองลามก!”





“ฮ่าๆๆๆๆ”










ทั้งคู่...ในร่างค้างคาวสองตัวบินตามกันมาจากหอคอยปราสาทบนยอดเขา  ค้างคาวตัวเล็กบินนำหน้า ค้างคาวตัวใหญ่กว่าบินตามหลัง   มาถึง ‘ลำธาร’ ที่ใกล้ปราสาทที่สุดที่เสี่ยวลู่เลยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆท่านแม่อนุญาตให้มาเล่นเฉพาะที่นี่   แล้วร่างสูงก็พบว่ามันคือต้นน้ำของลำธารที่ไหลลงไปสู่ด้านล่างนั่นเอง  น้ำใสไหลเย็นเป็นประกายสะท้อนแสงจันทร์ส่องสว่าง ...ลู่หานยิ้มหวาน ร่อนลงแล้วกลายร่างเป็นเด็กตัวน้อย  ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วกระโจนลงน้ำอย่างร่าเริง ไม่สนอะไรทั้งนั้นนอกจากกวักมือเรียกเขาแว๊บๆ  ร่างสูงรีบตามลงไป  ถอดเสื้อคลุมและกางเกงวางไว้ข้างๆกันบนผืนหญ้า







มือหนาสอดจากด้านหลัง ลูบไล้แผ่นอกบางนุ่มนิ่ม กอดรั้งเข้าหาตัวสู่อ้อมแขนกว้าง...ไม่ต่างจากวันนั้นครั้งแรกที่ปราสาทด้านล่าง









ความอบอุ่นใจก็ไม่ต่างกัน ...มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ








เพราะจากนี้ไป  เขาจะไม่พรากจากร่างเล็กอีกแล้ว




















“เสี่ยวลู่...” เขาเกยคางลงบนไหล่เล็ก  แอบหอมแก้ม แวมไพร์น้อยยิ้มหวานหน้ากลมดิ๊ก  หันมาหอมเขาตอบด้วย





“น่ารักจัง”





“ตะเองชมเค้าน่ารักเหรอ”  เด็กน้อยตาโต  “ตะเองชมเค้าว่าน่ารัก เค้าดีใจจังเลย”





อี้ฟานหัวเราะร่า “ทำไมล่ะ นายน่ารักเสมอในสายตาฉัน ตื่นเต้นทำไม หืมม์”  มือซนเริ่มไล้ลงล่าง  ลูบไล้ต้นขานุ่มนิ่มให้เด็กน้อยสยิวเล่น




“งื้ออออ  ก็แต่ก่อนตะเองเอาแต่ชมคุณน้องต่ายอ่ะ”  ปากเล็กบ่นงุ้งงิ้ง  “เค้าจำได้นะ  วันนั้นตะเองบอกคุณน้องต่ายว่าน่ารักๆๆตั้งหลายครั้ง  ตะเองกอดคุณน้องต่ายด้วย  แต่ตะเองไม่เห็นจะชมเค้าน่ารักเยอะๆแบบนั้นบ้างเลย”




“โถ เด็กน้อย  แต่วันนี้ฉันก็ชมแล้วไงล่ะ ชมแต่นายคนเดียวเลยน๊าตัวเล็ก นายน่ะน่ารัก...น่ารัก...น่ารักๆๆๆๆๆๆๆ น่ารักจนอยากทำ...รัก”




“อื้อ... ตะเองจะเก็บค่าเลือดเค้าเหยอ  แต่ตะเองเก็บไม่ได้แล้วนะ ตะเองไม่มีเลือดหวานๆแบบมนุษย์ให้เค้ากินแล้วอ่ะ อิอิ” เด็กน้อยทำตาวิบวับเจ้าเล่ห์  อยากแกล้งคนตัวสูงขี้แกล้งขึ้นมานิดๆ




ก็มือที่ลูบไล้ต้นขาเขาอยู่ใต้น้ำ...จงใจขยับเฉียดผ่านแกนกายเล็ก แต่ไม่ยอมกำจับเต็มๆสักทีน่ะสิ  แกล้งกันชัดๆเลย




“แวมไพร์กินเลือดแวมไพร์ด้วยกันเองไม่ได้เหรอ”  ชายหนุ่มถามเสียงอู้อี้ ถามไปงั้นแหละ พอจะเดาคำตอบได้อยู่ แต่เขากำลังสาละวนกับการลิ้มชิมเนื้อนุ่มๆที่หลังคอและไหล่ลาดเปลือยเปล่าของแวมไพร์น้อย






แช่น้ำแบบนี้...นึกถึงตอนที่บ่อน้ำพุร้อนเลย  เพียงแต่ว่าตอนนี้น้ำใสเย็น มองลงเห็นลางๆไปถึงไหนต่อไหน  เร้าใจสุดๆเลยอ่าห์~





“กินได้ แต่ไม่อิ่มอ่ะ กินเข้าไปแล้วก็เฉยๆ ต้องกินเลือดน้องสัตว์หรือเลือดคนถึงจะอิ่มนะตะเอง”  ลู่หานตอบ เอียงคอให้อี้ฟานขบๆงับๆซอกคอตัวเองได้อย่างถนัดสุดๆ   เด็กอะไรช่างยั่วจริงๆ





“ลองมั้ยล่ะ”  เขาถาม





“เอ๋?”







“นะ  ลองดูหน่อย”






“แต่ว่าตะเองเป็นแวมไพร์แล้วนะ  ตะเองเหนื่อย ตะเองเจ็บตัว ตะเองอดเลือดตั้งหลายวัน  อ๊ะ  ตะเองต้องหิวแน่ๆ  อ๊าาา  ตะเองหิวมากมั้ย เค้าลืมไปสนิทเลย ฮือออออ”  ลู่หานเริ่มน้ำตาไหล  สงสารร่างสูงจับใจจริงๆที่ต้องมาโดนลงโทษแบบนั้น  “เค้าจะไปจับน้องสัตว์มาให้กินนะ  เค้าฝึกจับน้องสัตว์ตอนกลางคืนมา เค้าจับได้แล้วด้วย ตะเองรอนะ... อ๊ะ”






“เสี่ยวลู่...”  ชายหนุ่มรั้งร่างนุ่มนิ่มกลับคืนมาที่เดิม แนบอก แต่คราวนี้หันหน้าเข้าหากัน ประสานสายตา  “ฉันไม่ปล่อยให้นายไปไหนคนเดียวตอนกลางคืนมืดๆแบบนี้หรอก ...กลางวันก็ไม่ยอม  ต่อจากนี้ ฉันจะอยู่ดูแลนาย  นายไปที่ไหน ฉันก็จะตามไป ... นายอยู่ที่ไหน ฉันก็จะอยู่ที่นั่น จะอยู่กับนายไปตลอดกาล  ชีวิตของฉันมีแต่นายแล้ว ไม่มีอย่างอื่น ... นายคือชีวิตของฉันนะเสี่ยวลู่”






“แต่ว่าตะเองหิว... งั้นตะเองก็มาด้วยกันสิ”  ลู่หานยังเป็นห่วงเรื่องปากท้องของชายหนุ่มที่แฟบลงอยู่






“ไม่เป็นไรหรอก ท่านพี่ของนาย...ใช่มั้ย  คนที่ผมสีทองๆน่ะ หน้าหวานๆกลมๆคล้ายๆนายเลย ตอนที่ช่วยฉันขึ้นมา เขาให้หมาป่าฉันกินตัวนึง พอประทังแก้หิวได้   แต่ตอนนี้...ฉันหิวอย่างอื่นมากกว่า”





“ท่านพี่ไปช่วยตะเองช้าจังเลย ฮืออออ ท่านแม่อนุญาตไม่ขัดขวางตะเองกับเค้าตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายแล้ว  อ๊ะ  ไม่สิ  ท่านพี่บอกว่าต้องรอท่านแม่หลับก่อน  ง๊าาา~~ แต่ก็ช้าอยู่ดีอ่ะ”





“เอ๋”  ชายหนุ่มเริ่มงง “หมายความว่ายังไงน่ะ  ท่านแม่? ท่านแม่ของนายอนุญาต ไม่ขัดขวาง...ฉันกับนาย?”  อี้ฟานทวนคำ  มองเด็กน้อยหน้ากลมอย่างมึนๆ   ไม่ขัดขวางงั้นเหรอ นี่เขาพลาดข่าวสำคัญเท่าชีวิตขนาดนี้ไปได้ยังไง




เขายังคิดอยู่เลยว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะเข้าไปคุกเข่าขอโทษและสารภาพผิดทุกอย่างกับท่านแม่ของเสี่ยวลู่ ตั้งแต่ที่ล่อลวงแวมไพร์น้อยใสซื่อให้หลงใหลติดใจกับตัวเขาโดยไม่ใช่แค่เพราะเลือดหวานๆ ... บอกแวมไพร์น้อยว่าจะกลับมาหาแต่ก็ไม่ได้กลับมาซะทีจนลู่หานต้องบินตามไป ... แต่หลังจากนั้น ที่เขาทำทุกอย่าง ทุกเวลา ทุกวินาทีที่เขาได้อยู่กับแวมไพร์น้อย เขาจริงใจและจริงจังอย่างมาก เขารักลู่หานจริงๆ เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลู่หาน เขาจึงตามมา ต่อให้เจ็บปวดขนาดไหนกับการเปลี่ยนแปลง ต่อให้โดนเอาไปขังคุกก็ยังไม่สิ้นหวัง และเขาก็สมหวังแล้ว เขาได้ออกมาจากคุก  แวมไพร์น้อยให้อภัย ไม่โกรธเขาแล้ว ... ได้โปรด อย่าพรากเราจากกันอีกเลย







เขาเตรียมใจไว้แล้ว แอบคิดด้วยซ้ำว่าจะโดนซ้อมอีกเหมือนที่โรงแรม แต่เขาก็จะยอม …






“ใช่แล้ว  ท่านแม่ไม่โกรธตะเองแล้วนะ ท่านแม่บอกเค้าว่า ท่านแม่เชื่อแล้วว่าตะเองรักเค้าจริง ที่ตะเองทำไปวันนั้นเพราะหิว...เรื่องนี้ท่านพี่ก็บอก แต่ถ้าตะเองไม่รักเค้ามากๆๆๆ ตะเองก็ไม่ตามเค้ามาขนาดนี้หรอก”  เด็กน้อยตาใสปิ๊ง ยิ้มหวาน  เล่าให้ชายหนุ่มฟังอย่างดีใจ  “ท่านแม่ยังบอกอีกว่า ตะเองทรมานขนาดไหนอยู่ในคุกอ่ะ ฮึ่ก... แต่ตะเองก็ยังนั่งมองประตูตลอดเลย  ตะเองไม่โกรธเค้าด้วย  ถึงจะเค้าจะสั่งขังตะเอง  แต่ตะเองรอเค้า  ตะเองมีความหวังว่าเค้าจะหายโกรธ  ถึงแม้จะหิวมากและไม่มีอะไรกิน แต่ตะเองก็ยังคิดถึงแต่เค้าตลอด... ฮืออออออ  ตะเอง...เค้าขอโทษน๊า”  ร่างเล็กซุกเข้าหาอกของชายหนุ่ม  สะอื้น








”เสี่ยวลู่...” ร่างสูงอึ้ง







“เค้าอยากกลับไปตั้งแต่เค้ามาถึงที่นี่  ฮึ่ก”  ลู่หานสารภาพ  “ตอนแรกเค้าก็งอน เค้างอนๆๆๆๆที่ตะเองไม่มาโอ๋เค้า ทั้งๆที่เค้าพูดตัดพ้อแล้วก็รอตะเองตั้งห้าวิอ่ะ  แต่ตะเองก็ยังจับผู้หญิงคนนั้นอยู่ ไม่มากอดเค้าสักทีเค้าก็เลยบินหนีมา แต่ท่านพี่บอกว่ามันเป็นเพราะความหิวกระหายครั้งแรกหลังฟื้นจากการเปลี่ยนมันรุนแรง  ตะเองหิวมากๆๆต่างหาก แล้วตะเองก็เจอผู้หญิงคนนั้นคนแรก มีคนเดียวด้วยก็เลยเอามากิน แล้วพอได้กินก็เลยไปกระตุ้นจิตใต้สำนึกฝ่ายต่ำตั้งแต่ตอนเป็นคนออกมา เหมือนที่เขียนไว้ในหนังสือแต่เค้าไม่เข้าใจอ่ะ ฮึ่ก! ... ท่านพี่บอกว่า บางคนนะพอฟื้นมาได้กินเลือดปั๊บก็ตรงไปฆ่าคนเลย ฆ่าๆๆไม่สนใจอะไรเลย โดยเฉพาะตอนเป็นคนเคยเกลียดใครนะ ก็จะตรงไปฆ่าคนนั้นเลย ส่วนใหญ่แวมไพร์ที่เกิดใหม่ระยะหลังๆมาจะเป็นอย่างงี้ แต่ตะเองไม่เป็น ตะเองกินอิ่มแล้วก็ชะงัก ยังแตะตัวเหยื่ออยู่แต่ไม่ฆ่า อาจเพราะว่าตอนเป็นคนตะเองฆ่ามาเยอะแล้ว  ตะเองเลยไม่อยากฆ่า แต่จิตใต้สำนึกที่ต่ำช้าที่สุดตอนตะเองเป็นคนคือความหื่น”  แวมไพร์น้อยยู่ปาก  เหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่มเล็กน้อย  พองแก้ม







“ตะเองหื่นขึ้น ชิ! แต่ตะเองยังมึนงง  แล้วตะเองก็จำเค้าไม่ได้  เป็นผลข้างเคียงจากการเปลี่ยน  ... แต่เค้าไม่รู้อ่ะ แง๊ ๆๆๆๆ เค้าก็เลยโกรธตะเอง แล้วก็บินหนีมาเลย  ก็เค้ารอตั้งห้าวิแล้วอ่ะ”







อี้ฟานน้ำตาไหล...





ที่แท้เสี่ยวลู่ไม่ได้โกรธเขา  หายโกรธเขาแล้วตั้งแต่รู้ความจริงตั้งแต่วันแรก  โอ้...













แล้วทำไม  พอเขามาหาแล้ว แค่เห็นหน้า  ก็สั่งให้เอาเขาไปขังล่ะ เขานึกว่าแวมไพร์น้อยยังโกรธอยู่ซะอีก









ว่าแต่ว่า...









ห้าวิ...คืออะไรเนี่ย  ท่ามกลางความอึ้งตะลึงมึนชาในสิ่งที่ฟัง ชายหนุ่มนึกสงสัย














“ฮือออออ ตอนเค้ากลับมาถึงนะท่านแม่ก็กอดปลอบเค้า เค้าก็เลยฟ้องๆไป แต่ท่านแม่ก็ไม่ตีเค้านะที่ไม่เชื่อฟังอ่ะ ท่านแม่บอกว่ากลับมาก็ดีแล้ว ให้ลืมตะเองไปซะ ฮึ่ก! ... จนท่านพี่ทั้งสองมา ท่านแม่ก็เลยให้เค้าอยู่กับท่านพี่ ท่านพี่ปลอบ...แล้วท่านพี่ก็บอกความจริงว่าตะเองไม่ได้ตั้งใจอ่ะ พอเค้ารู้อย่างงั้นเค้าก็จะบินกลับไปหาตะเองทันทีเลย แต่ท่านพี่คยูฮยอนห้ามไว้ ท่านพี่คยูฮยอนบอกว่าตะเองจะตามเค้ามา  เลยห้ามเค้ากลับไป”








อ่า...แวมไพร์ผมสีดำที่เขาเจอที่ทางเดิน  ที่ชี้ทางให้เขาขึ้นมาหาแวมไพร์น้อยสินะ  แวมไพร์ผู้มองเห็นอนาคตที่เสี่ยวลู่เคยเล่าให้เขาฟัง








“แต่พอตะเองมาถึง  เค้าต้องแกล้งทำเป็นไม่รักตะเอง  แล้วก็สั่งให้เอาตะเองไปขังไว้ในคุก  ฮึ่ก...  เพื่อให้ท่านแม่สงสารเราสองคน  ท่านพี่ก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะได้เนียนๆ แง๊ๆๆๆ  แล้วท่านพี่ก็บอกว่า  ตะเองจะตกใจ  งงที่ทำไมอยู่ดีๆเค้าใจร้ายแบบนี้  แล้วเค้า...เค้าก็จะต้องแกล้งทำเป็นไม่รักตะเอง  งอนตะเอง ... แต่ความจริงแล้วเค้ายังรักตะเองอยู่  รักตะเองมากๆๆๆ แล้วเค้าก็จะเศร้าเสียใจ  ท่านแม่ก็จะมองเห็นเค้าเศร้า แล้วก็จะเห็นด้วยว่าตะเองเป็นยังไงที่อยู่ในคุก ...เป็นการพิสูจน์ความรักของตะเอง”









“........................”










“ตอนแรกเค้าไม่ยอมนะ  เค้าไม่ยอมๆๆเด็ดขาด คุกที่ลึกและโดดเดี่ยวที่สุด ทั้งหนาวทั้งมืดทั้งแคบ เค้าไม่อยากให้ตะเองเข้าไปอยู่ในนั้น ฮืออออ... แต่ท่านพี่ซองมินบอกว่า ถ้าตะเองรักเค้าจริง ตะเองต้องรอได้ ตะเองอาจจะสงสัยหรืองอนนิดหน่อย  แต่ตะเองต้องไม่โกรธเค้าจนหมดรัก ให้ท่านแม่เห็น ว่าตะเองไม่ได้เป็นมนุษย์แบบที่ท่านแม่คิด ตะเองไม่ได้หลอกลวงเค้าเหมือนที่ท่านพ่อเคยทำกับท่านแม่...ตะเองไม่ได้ทิ้งเค้า แต่ตะเองตามเค้ามาจนถึงที่นี่...ยังมีมนุษย์บุรุษที่มีความรักแท้จริงอยู่บนโลกใบนี้ และที่ให้ตะเองอดเลือด...ก็เพื่อเร่งเวลา ตะเองจะทรมาน...ถ้านานจนเกินไปตะเองก็จะแห้งตาย ท่านแม่จะได้สงสารไวๆ ฮึ่ก... ยิ่งเค้ารู้แล้วนั้นเค้ายิ่งไม่อยากทำ เค้ากลัวตะเองตาย แต่ท่านพี่ซองมินบอกว่ายังไงท่านแม่ของเราก็รักเรา รักเราทั้งคู่ ท่านแม่ไม่อยากให้เราที่เป็นลูกแท้ๆของท่านแม่ต้องเศร้าเสียใจมากมายหรอก  ... ตอนนั้นที่ท่านแม่รู้ความจริงแล้วโมโหไปทำร้ายตะเอง ก็เพราะว่าท่านแม่ยังไม่รู้ว่าตะเองเป็นมนุษย์แบบไหน ท่านแม่กลัวว่าตะเองจะมาหลอกเค้าแล้วทิ้งเค้าไปแบบท่านพ่อ ท่านแม่เป็นห่วงเค้า ท่านแม่รักเค้า ก็เลยไม่อยากให้เค้าเจ็บ  เลยทำลงไปแบบนั้น  แยกเราออกจากกัน  ... แต่ถ้าตะเองทำให้ท่านแม่เห็นว่าตะเองไม่ใช่แบบมนุษย์ท่านพ่อ ตะเองจะไม่ทอดทิ้งเค้า  ตะเองรักเค้า …ท่านแม่ก็จะใจอ่อนยอมรับตะเอง ... แล้วตะเองก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ”  เด็กน้อยกอดรัดชายหนุ่มแน่น  ยังร้องไห้ไม่หยุด  ตื้นตันใจ







“เสี่ยวลู่...ไม่ต้องร้องไห้นะ”  อี้ฟานกอดตอบ  เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ลูบไล้ปลอบโยนร่างเล็กที่สะอึกสะอื้น  “โอ๋ๆๆ อย่าร้องนะ  ฉันไม่เป็นอะไร  ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ เห็นมั้ย ดูสิ นายรักษาให้ฉันแล้ว  แล้วฉันก็ไม่เคยโกรธนายเลยสักนิด  ไม่เลย... ฉันรักนาย  ฉันรอนาย  และนี่ไง  ท่านแม่ของนายก็ยอมรับฉันแล้ว” เขาเองรู้สึกก็โล่งอก  โล่งอกมากๆ










เราไม่ต้องพรากจากกันแล้วนะเสี่ยวลู่










“ฮืออออออ  ตะเองรู้มั้ย  เค้าเจ็บขนาดไหน  เค้าเจ็บๆๆๆ ตอนท่านพี่คยูฮยอนบอกว่าตะเองมาถึงแล้ว...แล้วเค้าต้องออกไปบอกให้เอาตะเองไปขังไว้ตามแผน  เค้าไม่อยากทำเลย ฮึ่ก  เค้าทำใจตั้งนาน  แต่ท่านพี่คยูฮยอนยืนยันว่าตะเองจะรอดมาได้  ตะเองจะไม่ตาย  ท่านพี่รู้...ท่านพี่เห็นอนาคต  เค้าถึงทำใจได้...เดินออกมาบอกให้เอาตะเองไปขังได้ ฮืออออ แง๊ๆๆๆๆๆๆ”









นึกไปถึงเหตุการณ์นั้น  ลู่หานก็ชะงักไปนานเหมือนกัน  ยิ่งมองเห็นหน้าเขาชัดๆยิ่งนิ่งอึ้ง ตอนที่เอ่ยปากสั่งให้บริวารเขาไปขังก็หลบตา ...เป็นเพราะอย่างงี้นี่เอง




เสี่ยวลู่ของเขาไม่เคยใจร้าย  ไม่เคยอยากจะขังเขา ... ที่ทำเพราะจำเป็น เพื่อให้ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ยอมรับ เพื่อความรักของเราทั้งคู่ ...เสี่ยวลู่เองก็เจ็บไม่แพ้เขาที่ถูกขัง











โถ...เสี่ยวลู่ของอี้ฟาน  โอ๋ๆๆ  อย่าร้องนะ  















“...ฉันนึกว่าท่านพี่ของนายเห็นแก่ความรักมั่นคงของฉันแล้วสงสารก็เลยไปช่วยออกมาซะอีก”  แต่เขาก็อดพูดออกมาไม่ได้







ที่แท้ ท่านพี่ทั้งสองที่เขาเข้าใจว่าใจดี มีเมตตา เห็นแก่ความรักมั่นคงของเขาที่มีต่อแวมไพร์น้อย  เป็นเจ้าของแผนการทั้งหมดหรอกเหรอ









แวมไพร์เจ้าเล่ห์...จนมนุษย์เจ้าเล่ห์อย่างเขาอาย












“ตะเอง... ตะเองอย่าโกรธท่านพี่เลยนะ” เด็กน้อยเงยหน้าอ้อนวอน มือหนาปาดน้ำตาให้ “ท่านแม่ก็รู้ว่าตะเองจะมาเหมือนกัน ท่านพี่ซองมินบอกว่า ท่านแม่ไม่พูดอะไรแต่ดูเหมือนมีแผนการอะไรสักอย่างอ่ะ  ท่านแม่ต้องคิดจะทดสอบตะเองแน่ๆเลย แล้วก็อาจจะยากๆๆๆมากๆเลยด้วย ท่านพี่ทั้งสองก็เลยให้เค้าออกคำสั่งชิงเอาตะเองไปขังไว้จะได้ไม่โดนทดสอบยากๆ ... แล้วพอท่านแม่เห็นแก่ความรักของตะเองกะเค้า ไม่ขัดขวางอีกต่อไป วันนั้นท่านแม่ก็จะเลิกจับตาดูเราและนอนหลับสนิท  ท่านพี่ก็จะไปช่วยตะเองออกมา  เพราะแต่ไหนแต่ไรเค้าไม่ได้รับอนุญาตให้ลงไปที่คุกใต้ปราสาท  ท่านแม่ไม่อยากให้เค้าเห็น ...ก็คือคืนนี้ไง เมื่อกี้เลย ฮืออออ แต่เค้ารอตั้งนานอ่ะ เค้ารอตะเองตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินเลยนะ เค้ากลัว...เค้ากลัวว่าตะเองจะไม่มา  กลัวว่าท่านพี่จะไปเจอตะเองเป็นซากแห้งตายตัวเท่าหมีควายตัวโตๆ ฮือ...เค้ากลัวจนลืมไปเลยว่าท่านพี่ซองมินมองเห็นทุกอย่าง  ท่านพี่มองตะเองอยู่ตลอด ...ตะเองก็เลยปลอดภัย”










มือเล็กลูบไปทั่วตัวร่างสูงที่ไร้รอยแผลฟกช้ำแล้ว แต่ภายในต้องรักษากันอีกเยอะ





โดยเฉพาะ  ‘หัวใจ’













อี้ฟานใจหายหมดเลยเสี่ยวลู่  ใครจะไปคิดว่าเป็นแผนการแวมไพร์อายุรวมกันเกินพันปี  นี่ถ้าแวมไพร์น้อยโตเป็นผู้ใหญ่อายุเยอะๆ...จะเจ้าเล่ห์รอบจัดแบบพี่ชายทั้งสองมั้ยนะ  อี้ฟานชักเสียวสันหลังแล้ว










แต่ว่ายอม

















มือใหญ่จับมือนุ่มนิ่มขึ้นจูบ  จ้องลึกสบตากลมหวาน  ลู่หานยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวงดงามที่สุด










"ฉันดีใจที่สุดเลย...ที่นายยกโทษให้ฉัน ให้โอกาสฉัน ...รักฉัน ขอบคุณจริงๆนะเสี่ยวลู่"  ชายหนุ่มประคองแก้มขาวอย่างเบามือ  ยิ้มตอบอย่างอบอุ่น




"เค้ายกโทษให้ตะเอง...ตั้งแต่เห็นหน้ามอมแมมเหมือนหมีควายตัวโตคลุกฝุ่นของตะเองโผล่เข้ามาในปราสาทแล้ว"  เด็กน้อยยิ้มโชว์เขี้ยว




“อะไรๆก็หมีควาย  นี่เห็นฉันเป็นเจ้าหมีอ้วนตัวใหญ่แบบนั้นจริงๆเหรอหืมม์...เด็กติ๊งต๊องเอ้ย”




“ก็ตะเองเหมือนจริงๆอ่ะ ตัวโต หนาๆ อุ่นๆ เสียงก็ห้าวๆ แถมดุๆๆด้วย” ลู่หานยืนยัน จุ๊บแก้มแล้วซุกเข้าหาซอกคอเขาอย่างออดอ้อนออเซาะ  “แต่เค้าก็รักตะเองนะ  ตัวโตของเค้า  หมีควายของเค้า”





อี้ฟานยิ้ม  งับปลายจมูกเชิดรั้นไปทีนึง  ลู่หานหัวเราะเสียงใส





“แล้วตะเองล่ะ ว่าเค้าติ๊งต๊อง ว่าเค้าเป็นแวมไพร์แอ๊บแบ๊ว ... ติ๊งต๊องแอ๊บแบ๊วแล้วรักมั้ย”







“รักที่สุดเลยครับตัวเล็ก”














.
.
.













“อ๊ะๆๆ ตะเองอย่าลูบตรงนั้นเยอะ อ๊าาาา ตะเองถูหลังให้เค้าบ้างซี่ อย่าถูแต่ขา อ๊าาา ตะเองโดนอันตรงนั้นของเค้าอีกแล้ว อื้ออออ....”





“ก็ถูเยอะๆไง  หลังตัวเล็กอ่ะเรียบเนียน...แต่ขาเนียนยิ่งกว่า ตัวโตเลยชอบ...ลูบ”  อี้ฟานกระซิบข้างหู  กอดรัดร่างอ้อนแอ้นดิ้นดุ๊กดิ๊กหน้าแดงเอาไว้ จุ๊บแก้มใส





“ตะเองหื่นอ่ะ ... ไหนว่าความหื่นเป็นจิตใต้สำนึกของตะเองตอนเป็นมนุษย์ไง  ทำไมเป็นแวมไพร์แล้วยังหื่นอ่ะ อ๊ะ หื่นกว่าเดิมอีกอ่ะ อ๊าาาาา” มือหนากำส่วนสำคัญเข้าให้แล้ว  ไม่ใช่แค่แกล้งเฉียดๆโดนแบบเมื่อครู่แล้ว อ๊าาา~~กำเต็มๆมือเลยด้วย อื้ออออ…






“ก็...จิตใต้สำนึกไง”  อี้ฟานกระซิบ “จิตใต้สำนึก...ควบคุมไม่ได้  ชอบโผล่ออกมาตอนเจอสิ่งกระตุ้น  แล้วสิ่งกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับฉัน ก็คือนาย  ทุกส่วนของนาย...”






“อ๊า~~~”






“ถึงจะไม่มีค่าเลือดให้ต้องเก็บ แต่เราก็ยังเล่นบนเตียงกันได้นะ...ใช่มั้ยครับตัวเล็ก”






“อื้ออออ...จะรอบนเตียงเหรอ  ปราสาทไกลนะ  ต้องบินขึ้นไปด้วยอ่ะ ...งื้ออ...เค้าไม่มีแรงจะบินแล้ว”  ลู่หานหน้าแดง หูแดง แดงไปทั้งตัวเลย ... น้ำเย็น ร่างกายของแวมไพร์ทั้งคู่ก็เย็น  แต่ทำไมเขารู้สึกร้อนจัง






“บนหญ้าเลยมั้ย  ลำธารตรงนี้ไม่มีมองเห็นได้หรอกนอกจากเค้าตั้งจิตอนุญาตให้เห็น  ท่านพี่คยูฮยอนร่ายคาถาบังตาไว้ให้ ไม่มีใครและไม่มีสัตว์ตัวไหนมาเห็นได้...จะเห็นก็แต่ลำธารตรงโค้งตรงโน้นลงไปเท่านั้น เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ 250 ปี ... ลำธารตรงนี้เป็นที่ส่วนตัวของเค้าคนเดียว... เอาเสื้อผ้ารองหลังก็ได้  ขอยืมเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตะเองปูก่อน  กลับถึงปราสาทแล้วเค้าเอาตัวใหม่ให้เปลี่ยน ...น๊า~~~”










ตกลงจิตใต้สำนึกใครหื่นกว่ากันเนี่ย!





NC  จิ้ม




---------------------------------------





"ฉันเอาลูกอมมาให้นายด้วยนะ"




ใกล้เช้าแล้ว... สรุปว่าทำกันห้ายกจริงๆด้วย  แถมไม่เหนื่อยเลยสักนิด  เขาเข้าใจแล้วว่าตอนที่เป็นมนุษย์ ทำไมร่างเล็กถึงได้รับการรุกรานของเขาเข้าลึกๆนานๆได้ตลอดไม่มีหยุดพัก




ถ้ารู้ว่าเป็นแวมไพร์แล้วจะเอาได้มันส์   เอ้ย  สนุกสุขสันต์  ไม่มีคำว่าเหนื่อย แรงดีไม่มีตกแบบนี้ ...เขาน่าจะขอให้ลู่หานทำเขาให้เป็นแวมไพร์ซะตั้งนานหรอก  




“เอ๋  ลูกอมเหรอ”  เด็กน้อยขยับศีรษะออกจากไหล่กว้างที่ซุกหนุนอยู่  ตอนนี้เขาและอี้ฟานตัวโตนั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้ๆลำธาร  ลู่หานเผลอมองเสื้อคลุมตัวหนาของร่างสูงที่กางแผ่อยู่บนหญ้าในสภาพยับยู่ยี่มีร่องรอยแห่งความรักขาวขุ่นเป็นประจักษ์พยานติดอยู่ด้วย...ว่าเมื่อคืนทั้งคู่ ‘รัก’ กันขนาดไหน ลู่หานหน้าแดงวาบเลย




 มือใหญ่เอื้อมไปหากองเสื้อผ้าที่พับอยู่ใกล้ตัว ดึงเอาถุงลูกอมบู้บี้ออก มาจากกระเป๋ากางเกง  ลู่หานรับไป   ห่อพลาสติกยังสีสดแต่ยับย่น แถมลูกอมด้านในบางก้อนก็แตกแล้วด้วย บ่งบอกเลยว่าเจ้าของที่พกมันมา...พบเจอความลำบากทรมานมากแค่ไหน   ปากเล็กเม้มแน่น   เงยมองใบหน้าหล่ออย่างสงสาร
"ตะเองยังจำได้เหรอว่าเค้าชอบกินลูกอม"



"ทุกอย่างที่เกี่ยวกับนาย...ฉันจำได้ทั้งนั้นแหละ"  เขาตอบ  ยิ้มอบอุ่น



มือนุ่มนิ่มลูบไล้ไปตามร่างกายซูบผอมแต่ยังแรงดี ....เมื่อคืนพิสูจน์แล้วเด็กน้อยค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมาประคองใบหน้าหล่อ จุมพิตเบาๆที่ริมฝีปาก...สอด แทรกคำรักหอมหวานและคำขอโทษ



“เค้าจะไม่งอนตะเองแบบนั้นอีกแล้ว  เค้าจะรอ...ไม่รอแค่ห้าวิ  เค้าจะรอจนกว่าตะเองจะมากอดปลอบเค้า  จะไม่บินหนีแบบนี้อีกแล้ว  ฮึ่ก ... ทั้งๆที่ตะเองทำไปเพราะสันชาตญาณ  ไม่ได้ตั้งใจแท้ๆ ... เค้าขอโทษน๊า”



อี้ฟานน้ำตาไหลพูดไม่ถูก... ความอ่อนโยนที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้จากแววตาหวานโอบล้อมหัวใจ...ด้วยสัมผัสอ่อนหวานจากร่างเย็นยะเยือกไม่ต่างจากตัวเขาเองตอนนี้





แต่ทำให้อบอุ่นหัวใจได้อย่างประหลาด





เพราะคำคำนี้ …










"ตัวเล็กรักตัวโตนะ   เสี่ยวลู่รักอี้ฟาน  ... รักที่สุดในโลกเลย"





อี้ฟานค่อยๆก้มลง   อ้าปากโชว์เขี้ยวแวมไพร์วิบวับใหม่เอี่ยมอ่อง  งับคอเด็กน้อยสดๆเลย





"อ๊ะ!"





เขี้ยวคมๆขูดผิวเนื้อนิ่มเบาๆที่ซอกคอ...แต่ทำไมมันกระตุ้นให้ส่วนอื่นตื่นตัวล่ะเนี่ย





"ยะ-อย่าเล่นแบบนี้สิตะเอง   อื้อออ..."





"ทำไมล่ะ"





"ก็แวมไพร์ดูดเลือดกันแล้วไม่อิ่ม  แวมไพร์ต้องดูดกินเลือดสัตว์หรือคน อ๊า..."





"หึหึ  ใครบอกฉันจะดูดเลือด... ฉันดูดอย่างอื่นดีกว่า"  มือหนาตะปบกำส่วนด้านล่างที่เริ่มตื่น...ตัว
"ง๊า...ตะเอง  ตะเองทำไปเยอะแล้วนะ  ไม่เอาน๊า~~~~~" เด็กน้อยร้องโวยวายงุ้งงิ้ง   แต่แยกขาออก  ขยับซุกถูไถเข้าหา











ยั่วแบบนี้ต้องจัดหนัก!














“ฉันรักนายนะ  เสี่ยวลู่   แวมไพร์น้อยของฉัน”


”อื้อ... เค้าก็รักตะเองเหมือนกันนะ   มนุษย์เจ้าเล่ห์”










.
.
.
นั่นสินะ

ใครรู้...ก็คงจะสงสัย








แวมไพร์  กับ  มนุษย์

ต่างกันสุดขั้วขนาดนี้   มารักกันได้ยังไง









แต่นั่นแหละ...ความรักก็คือความรัก










ความรักทำให้คนสองคนหากันจนเจอเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวแค่ไหน     หากได้คู่กันแล้ว...ก็คงไม่แคล้วกันหรอก  จริงมั้ย










เลือด.....เป็นสีแดง
ความรัก.....ก็ถูกเปรียบเป็นสีแดง


ฉะนั้น   ‘เลือด’ .... ก็เหมือนสิ่งเชื่อมโยงความรัก


ระหว่างแวมไพร์ตัวเล็กกับคนตัวโตคนหนึ่ง











ถ้าหากแวมไพร์ไม่กินเลือด   หรือมนุษย์ตัวใหญ่ไม่มีเลือดหอมหวาน

พวกเขาก็คงไม่ได้พบกันหรอก  จริงมั้ย
















เห็นรึยังล่ะ...ว่าเลือดน่ะสำคัญขนาดไหน























.
.
.

ร่างสูงวางร่างเล็กของแวมไพร์ตัวน้อยที่จ้องมองเขาตาใสปิ๊งลงบนเตียง ผิวขาวเนียนละเอียดโผล่พ้นอกเสื้อที่แหวกออกด้านหน้าถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยสีกุหลาบ...ที่สร้างจากความรัก





ดวงตาสบประสานกันลึกซึ้ง...ด้วยความรักที่ซึมลึกในหัวใจทั้งสองดวง






"ตะเอง... ทำไมตะเองถึงตามเค้าขึ้นมาไกลขนาดนี้  ทั้งที่ตะเองก็เหนื่อยตะเองเพิ่งบินเป็นด้วย  แถมหนาวสั่นอีก  ...ตะเองไม่ท้อเหรอ"






"ไม่ท้อหรอก เพื่อนาย ฉันทำได้อยู่แล้ว ... ฉันรักนาย... ฉันไม่ยอมปล่อยนายไปหรอก  ให้ตายก็ยอม  ต้องเจอหน้านายให้ได้...ฉันคิดแค่นั้น   ความรู้สึกจากใจจริงของฉัน ... ฉันรักนายมากจริงๆนะตัวเล็ก"





 เขาบรรจงจูบหน้าผากเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม








รัก...รักสุดหัวใจ



















"แล้วทำไมตะเองถึงรักเค้าล่ะ"






"ก็...."   จะพูดยังไงดีล่ะ  โดนถามตรงๆแบบนี้...เขาก็เขินเป็นนะ











"ก็เพราะนายคือคนที่ให้ชีวิตกับฉัน ให้ผู้ชายเย็นชาตายด้านอย่างฉันได้รู้จักกับหัวใจ" อี้ฟานสารภาพ ทิ้งมาดเหี้ยมโหดและความเย็นชาของนักฆ่าไปหมด



เขาจะไม่ฆ่าคนอีกต่อไปแล้ว  ...ไม่แล้ว    ตลอดกาล




‘เพื่อแวมไพร์น้อย’












"นายสอนให้ฉันรู้จักกับความรัก... ความรัก  ที่ฉันมีให้นายแค่คนเดียว"






"อี้ฟาน..."






"แล้วนายล่ะตัวเล็ก รักฉันตรงไหน หืมม์....คงไม่ใช่เพราะฉันกอดอุ่นแบบหมีควายหรอกใช่มั้ย"






"ไม่ใช่นะ  เค้าไม่เคยกอดหมีควายนะ  หมีควายดุออก  กอดไม่ได้"






"แล้วนายรักฉันเพราะอะไรล่ะ"






"ไม่รู้สิ"  เด็กน้อยทำตาแป๋ว  แบ๊วๆ...สื่อว่าเค้าไม่รู้จริงๆนะตะเอง~






"อ้าว"   นี่หลอกให้เขาตอบฝ่ายเดียวเหรอเนี่ย  ร้ายนักนะ เด็กคนเนี้ย!






"เพราะว่า..." ปลายนิ้วน่ารักน่างับแตะปิดริมฝีปากชายหนุ่ม  ลู่หานยื่นหน้าเข้าใกล้   จ้องลึกสบตา    "มันมากมายจนพูดไม่หมดไงล่ะ"









"เสี่ยวลู่... อ่าาา  มาฟัดที!"









"ง๊า~~~~"









.
.
.






ถ้าเลือด...คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงร่างกาย

ความรัก....ก็คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจ






หากแม้มีเพียงร่างกาย   มีเลือดเนื้อ
แต่ขาดหัวใจ...ก็คงเหมือนดั่งตายไปแล้ว






และหากหัวใจ...ไม่มีความรักมาโอบล้อมให้ความอ่อนโยนและอบอุ่น


ชีวิตนี้ก็คงไม่มีความสุข














สำหรับแวมไพร์...ผู้มีชีวิตซึ่งเป็นนิรันดร
ความรักของพวกเขา...ก็มั่นคงยิ่งขุนผา










........เราจะไม่มีวันพรากจากกัน........

.
.














มือใหญ่กุมมือบางไว้แน่น...วางลงแนบหัวใจ









"นายอยู่ตรงนี้นะ  เสี่ยวลู่...ข้างในนี้มีนายอยู่  จำได้มั้ย... เพราะอย่างงี้ไงล่ะ ฉันถึงได้บอกว่า หัวใจฉันเต้นเป็นคำว่าเสี่ยวลู่...เสี่ยวลู่" อี้ฟานกระซิบผ่าวบนริมฝีปากนุ่มนิ่มที่ยังชุ่มชื่นเพราะรอยจุมพิต









"ฉันรักนาย  รักนายเท่านั้น....ตลอดกาล"











1 ความคิดเห็น: